Juvelook

ไขข้อสงสัย Juvelook vs Sculptra ต่างกันยังไง ควรทำแบบไหนดี

March 26, 2026

เรียกว่าเป็นหัตถการสำหรับผิวที่มีคนเปรียบเทียบอยู่บ่อย ๆ สำหรับ Juvelook vs Sculptra ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อดีข้อเสีย ความสามารถในการกระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอย หรือเพิ่มความตึงของผิว แต่ที่จริงแล้วทั้งสองตัวยังมีข้อแตกต่างอยู่ วันนี้ทาง Mona Clinic จะมาเล่าให้ฟังว่า งานผิวทั้งสองแบบเหมาะสมกับปัญหาไหนบ้างและควรจะเลือกทำอะไรดี 

 

รู้จัก Juvelook vs Sculptra คืออะไร

  • Juvelook

เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน ที่ยังช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดริ้วรอยเล็ก ๆ กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้น โดยมีส่วนประกอบสำคัญ 2 ตัว ได้แก่ PDLLA ที่ช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว และ HA แบบ Non-Crosslinked ที่ช่วยลดริ้วรอยและเติมน้ำให้ผิวดูฉ่ำมากขึ้น 

  • Sculptra

เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มี PLLA เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากผิวของเราเองได้มากถึง 66.5% รวมถึงฟื้นฟูได้ถึงโครงสร้างผิวชั้นลึก จนทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์มากขึ้นจากริ้วรอยที่ลดลง 

Juvelook VS Sculptra ต่างกันอย่างไร

Juvelook

Sculptra

ส่วนประกอบ

Poly D, L-Lactic Acid (PDLLA) และ Hyaluronic Acid (HA)

Poly-L-Lactic Acid (PLLA)

หลักการทำงาน

ให้ความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นทันที

ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น ลดริ้วรอยลึก และกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว

เหมาะกับใคร

  • ผิวหน้าแห้งขาดน้ำ
  • ผิวไม่เรียบ รูขุมขนกว้าง
  • มีริ้วรอยตื้น หรือหลุมสิว
  • คนที่ผิวขาดคอลลาเจน
  • ผิวหย่อนคล้อย
  • คนที่มีริ้วรอยชัดเจน
  • คนที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อย

จำนวนการฉีด

ควรฉีด 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 4 สัปดาห์

ควรฉีด 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์

ระยะเวลา

  • เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวทันที
  • คอลลาเจนเริ่มทำงานหลังจาก 2-3 สัปดาห์
  • เห็นผลชัดเจนตั้งแต่ 3-6 เดือน
  • เริ่มสร้างคอลลาเจนหลังจากฉีด 5 วัน
  • เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์
  • เห็นผลชัดเจนตั้งแต่ 3 เดือนขึ้น

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

1 ปี - 1 ปี 6 เดือน

1-2 ปี

ข้อดี

  • ผสมสารสำคัญสองชนิดในหนึ่งเดียวทั้ง PDLLA และ HA
  • ช่วยฟื้นฟูผิวได้แบบรอบด้าน
  • สามารถฉีดเฉพาะจุดและฉีดทั่วหน้าได้ ไม่จับเป็นก้อน
  • ผิวฉ่ำวาวทันที
  • มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงต่ำ
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวลึก
  • ฟื้นฟูใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ลดริ้วรอยลึก
  • ไม่ต้องพักฟื้นหลังฉีด
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 2 ปี

ข้อเสีย

  • ต้องฉีดอย่างต่อเนื่อง 3 ครั้ง
  • ราคาสูงกว่าสกินบูสเตอร์อื่น ๆ   
  • จะเห็นผลภายใน 2-3 สัปดาห์
  • ต้องนวดหลังฉีดเป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้ยากระจายตัว

Juvelook vs Sculptra ทำพร้อมกันได้ไหม

เราสามารถฉีด Juvelook และ Sculptra  ร่วมกันได้ โดยเฉพาะคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวและกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเราจะได้ทั้งความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิว รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อีกด้วย แม้ว่าควรจะฉีด Sculptra ก่อน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ และควรจะฉีดคนละบริเวณจะดีที่สุด

Juvelook vs Sculptra เลือกทำแบบไหนดี

ทุกหัตถการจำเป็นต้องได้รับการปรึกษาจากแพทย์เสียก่อน เพราะสภาพผิว อายุ รวมถึงผลลัพธ์ที่แต่ละคนต้องการมีความแตกต่างกันนั่นเอง โดยการให้คำแนะนำของแพทย์จะช่วยวิเคราะห์และประเมินให้เข้ากับเคสของแต่ละคนมากทึ่สุด แน่นอนว่า ถ้าต้องการฟื้นฟูผิวเร็ว ๆ ก็อาจมอง Juvelook เป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าหากเป็นคนที่มีริ้วรอยชัดเจน และต้องการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว ให้เลือกทำ Sculptra จะเหมาะมากกว่า

Juvelook vs Sculptra ราคาเท่าไร

หากเป็น Juvelook จะมีราคาเริ่มต้นที่ 3,990 บาทสำหรับ 1 cc ซึ่งยังมีโปรโมชันอื่น ๆ อย่างที่ Mona Clinic มีโปรแนะนำอย่าง 2 cc ในราคา 5,990 บาท และ 5 cc ที่ 14,990 บาท ขณะที่ Sculptra มีราคาสูงกว่าที่ขวดละประมาณ 20,000-40,000 บาทต่อขวด

สรุปการทำหัตถการ Juvelook vs Sculptra

บอกเลยว่า ทั้ง Juvelook และ Sculptra ต่างมีข้อดีอยู่ไม่น้อยเลย ทั้งช่วยฟื้นฟูผิวให้อิ่มฟูมากขึ้น แก้ปัญหาผิวขาดน้ำ ไปจนถึงกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี จนลดปัญหาเรื่องริ้วรอยได้นั่นเอง ซึ่งการเลือกทำหัตถการทั้งสองแบบจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยที่ Mona Clinic ก็มีบริการนี้สำหรับคนที่ยังกังวลเรื่องฟื้นฟูผิวเช่นกัน ดังนั้นเพื่อน ๆ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด

สนใจบริการของเรา
ยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับบริการของ เราไหม ลองปรึกษาแพทย์ได้เลย!
บริการของเรา
อ่านรายละเอียดบริการที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้เพิ่มเติม
Juvelook
No items found.