
เรียกว่าเป็นหัตถการสำหรับผิวที่มีคนเปรียบเทียบอยู่บ่อย ๆ สำหรับ Juvelook vs Sculptra ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อดีข้อเสีย ความสามารถในการกระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอย หรือเพิ่มความตึงของผิว แต่ที่จริงแล้วทั้งสองตัวยังมีข้อแตกต่างอยู่ วันนี้ทาง Mona Clinic จะมาเล่าให้ฟังว่า งานผิวทั้งสองแบบเหมาะสมกับปัญหาไหนบ้างและควรจะเลือกทำอะไรดี

เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน ที่ยังช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดริ้วรอยเล็ก ๆ กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้น โดยมีส่วนประกอบสำคัญ 2 ตัว ได้แก่ PDLLA ที่ช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว และ HA แบบ Non-Crosslinked ที่ช่วยลดริ้วรอยและเติมน้ำให้ผิวดูฉ่ำมากขึ้น
เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มี PLLA เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากผิวของเราเองได้มากถึง 66.5% รวมถึงฟื้นฟูได้ถึงโครงสร้างผิวชั้นลึก จนทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์มากขึ้นจากริ้วรอยที่ลดลง
Juvelook
Sculptra
ส่วนประกอบ
Poly D, L-Lactic Acid (PDLLA) และ Hyaluronic Acid (HA)
Poly-L-Lactic Acid (PLLA)
หลักการทำงาน
ให้ความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นทันที
ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น ลดริ้วรอยลึก และกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว
เหมาะกับใคร
จำนวนการฉีด
ควรฉีด 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 4 สัปดาห์
ควรฉีด 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์
ระยะเวลา
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
1 ปี - 1 ปี 6 เดือน
1-2 ปี
ข้อดี
ข้อเสีย
เราสามารถฉีด Juvelook และ Sculptra ร่วมกันได้ โดยเฉพาะคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวและกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเราจะได้ทั้งความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิว รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อีกด้วย แม้ว่าควรจะฉีด Sculptra ก่อน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ และควรจะฉีดคนละบริเวณจะดีที่สุด

ทุกหัตถการจำเป็นต้องได้รับการปรึกษาจากแพทย์เสียก่อน เพราะสภาพผิว อายุ รวมถึงผลลัพธ์ที่แต่ละคนต้องการมีความแตกต่างกันนั่นเอง โดยการให้คำแนะนำของแพทย์จะช่วยวิเคราะห์และประเมินให้เข้ากับเคสของแต่ละคนมากทึ่สุด แน่นอนว่า ถ้าต้องการฟื้นฟูผิวเร็ว ๆ ก็อาจมอง Juvelook เป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าหากเป็นคนที่มีริ้วรอยชัดเจน และต้องการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว ให้เลือกทำ Sculptra จะเหมาะมากกว่า

หากเป็น Juvelook จะมีราคาเริ่มต้นที่ 3,990 บาทสำหรับ 1 cc ซึ่งยังมีโปรโมชันอื่น ๆ อย่างที่ Mona Clinic มีโปรแนะนำอย่าง 2 cc ในราคา 5,990 บาท และ 5 cc ที่ 14,990 บาท ขณะที่ Sculptra มีราคาสูงกว่าที่ขวดละประมาณ 20,000-40,000 บาทต่อขวด

บอกเลยว่า ทั้ง Juvelook และ Sculptra ต่างมีข้อดีอยู่ไม่น้อยเลย ทั้งช่วยฟื้นฟูผิวให้อิ่มฟูมากขึ้น แก้ปัญหาผิวขาดน้ำ ไปจนถึงกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี จนลดปัญหาเรื่องริ้วรอยได้นั่นเอง ซึ่งการเลือกทำหัตถการทั้งสองแบบจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยที่ Mona Clinic ก็มีบริการนี้สำหรับคนที่ยังกังวลเรื่องฟื้นฟูผิวเช่นกัน ดังนั้นเพื่อน ๆ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด
